วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562

 



💖การจัดการงานอาชีพ💗

💇การจัดการ
การจัดการ หรือ Management หมายถึง กระบวนการทำงานหรือกิจกรรมที่กลุ่มบุคคลในองค์กร ร่วมกันทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแนวทางที่กำหนดไว้ 5 ขั้นตอนประกอบด้วย การวางแผน การจัดองค์การ การบังคับบัญชาสั่งการ การประสานงาน และการควบคุม
💃ความสำคัญของการจัดการ
กระบวนการทำงานหรือการจัดการมีความสำคัญต่อองค์กรธุรกิจ เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อ ความสำเร็จที่จะทำให้เกิดผลกำไรและช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ นอกจากนี้กระบวนการจัดการยังเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ต้องรู้จักนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากแต่ละ องค์กรมีปัจจัยความสำเร็จที่แตกต่างกัน
 💁💁กระบวนการในการจัดการ
 😡😡การวางแผน การวางแผนหรือ Planning หมายถึงการพิจารณากำหนดแนวทางการทำงานให้ บรรลุเป้าหมาย โดยเกิดจากการใช้ดุลพินิจคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นแนวทางการการทำงานในอนาคต
😍😍การจัดองค์การ การจัดองค์การหรือ Organizing หมายถึง การจัดระเบียบหรือโครงสร้างของการ ทำงานภายในองค์กรให้เป็นระบบระเบียบและอยู่ในส่วนประกอบที่เหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

 😄😄การบังคับบัญชาสั่งการ หรือ Commanding หมายถึง ภาระหน้าที่ของผู้บริหารในการใช้ความสามารถชักจูงหรือหว่านล้อมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานตามคำสั่ง จนสามารถทำให้องค์กรบรรลุผลสำเร็จได้
 😎😎การประสานงาน หรือ Coordinating หมายถึง การจัดให้ทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรทำงานประสานสัมพันธ์สอดคล้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นและบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ
 😘😘การควบคุม หรือ Controlling หมายถึง กระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่การกำหนดมาตรฐาน การแก้ไขการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดจนการดำเนินงานตามแผน และการประเมินแผนเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเคลื่อนไหว
😇😇งานอาชีพ
งานอาชีพ คือ งานที่ทำเป็นประจำ ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อนำมาเลี้ยงตนเอง ครอบครัว และเพื่อซื้อจ่ายปัจจัยที่จำเป็นหรือต้องการ งานอาชีพมักจะต้องออกไปทำนอกบ้าน แต่บางอาชีพที่เป็นอาชีพอิสระสามารถทำงานอยู่กับบ้าน หรืออาจออกไปตามสถานที่ต่างๆตามความจำเป็น ต้องใช้ความคิด ความรอบคอบ และสติปัญญา ในการวางแผน จัดการและแก้ไขปัญหา งานอาชีพจึงจะดำเนินไปได้ด้วยดี
 👹👸การประกอบอาชีพของคนไทย👹👸
การทำมาหากินของคนไทยสมัยก่อน คือการทำไร่  ทำนา  ทอผ้า  ทำเครื่องจักสานไว้ใช้ที่เหลือก็จะจำหน่ายในชุมชน  คนไทยบางกลุ่มจะเป็นข้าราชการเมื่อบริษัทต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย ทำให้มีการจ้างงาน และมีอาชีพให้คนไทยเลือกทำมากขึ้น
😋ลักษณะอาชีพของคนไทย😍
💁1.  งานเกษตรกรรม เช่น  ปลูกพืช  เลี้ยงสัตว์  การประมง
       💁2.  งานอุตสาหกรรม เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความถนัดด้านช่างสาขาต่างๆ และเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้าและบริการต่างๆ
💁3.  งานธุรกิจ เป็นงานด้านการค้าขาย  การทำบัญชี การจัดการธุรกิจ  การติดต่อสื่อสารเทคโนโลยีสารสนเทศ
💁4.  งานคหกรรม  เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหาร เย็บปักถักร้อย  ตกแต่งบ้าน
       💁5.  งานศิลปกรรม  เป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน ความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปกรรมของไทย เช่น งานหัตถกรรม  ประติมากรรม  จิตรกรรม
💛💛อาชีพที่มีความมั่นคงในชีวิต💜💜
💢💟อาชีพที่มีส่วนร่วม และพัฒนาประเทศ😇😆 อาชีพ หมายถึง การทำมาหากิน ทำธุรกิจ  ตามความชอบหรือความถนัด  ได้ค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง หรือ เงินเดือน ประชาชนในประเทศที่สามารถมีอาชีพเป็นหลักถือได้ว่าเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาประเทศได้ อาชีพที่มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ สามารถแบ่งออกเป็น 8 ประเภท  คือ
💦1.  อาชีพเกษตรกรรม (Agriculture) เป็นอาชีพหลักของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน ได้แก่ การทำ สวน การทำนา ทำไร่ การประมง การเลี้ยงสัตว์ และการป่าไม้
💦2.  อาชีพเหมืองแร่ (Mineral) เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม การขุดเจาะนำเอาทรัพยากรธรรมชาติต่างๆมาใช้ เช่น ถ่านหิน  ดีบุก  น้ำมัน และปูนซีเมนต์ ฯลฯ
💦  3.  อาชีพอุตสาหกรรม (Manufacturing) เป็นการดำเนินกิจกรรมทางด้านการผลิตและบริการทั่วๆไปทั้งอุตสาหกรรมขนาดย่อมและขนาดใหญ่ แบ่งได้ดังนี้
💥3.1  อุตสาหกรรมในครัวเรือน หรือ อุตสาหกรรมขนาดย่อม  เป็นการดำเนินกิจกรรมที่ใช้แรงงานสมาชิกในครอบครัว วัสดุที่ใช้ผลิตหาได้ในท้องถิ่น ผลิตัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่
💦4.  อาชีพก่อสร้าง (Construction) เป็นการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการสร้างอาคาร ที่อยู่อาศัย ถนน สะพาน เขื่อน ฯลฯ
💦5.  อาชีพการพาณิชย์ (Commercial) เป็นการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวช้องกับการตลาด การจำหน่ายสินค้าปลีก และสินค้าส่ง
💦6.  อาชีพการเงิน (Financial) การดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ให้ความช่วยเหลือและการลงทุน  ได้แก่ ธนาคารต่างๆ
💦7.  อาชีพบริการ (Services) เป็นการดำเนินกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในการอำนวยความสะดวกสบาย เป็นการขนส่ง  การสื่อสาร  การโรงแรม  การท่องเที่ยว  โรงพยาบาล  โรงภาพยนต์  ภัตตาคาร ร้านอาหาร  สถานบันเทิงต่างๆ ฯลฯ
💦8.  อาชีพอื่นๆ เป็นอาชีพที่นอกเหนือจากอาชีพดังกล่าวข้างต้น  ได้แก่ อาชีพอิสระต่างๆ เช่น แพทย์ ครู เภสัช  วิศวกร  สถาปนิก  จิตรกร  ประติมากร  เป็นต้น
🙅😷อาชีพธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อประชาชน  สังคม และประเทศชาติ
อาชีพธุรกิจที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน  สังคม  และประเทศชาติ  ทำให้เกิดกระบวนการผลิตสินค้าการบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ความต้องการเกิดขึ้นต่อๆไป  โดยไม่สิ้นสุดทำให้เกิดการผลิตสินค้าเพื่อสนองความต้องการจึงเกิดการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค เรียกว่าระบบคนกลาง  ระบบคนกลางได้แก่  พ่อค้าส่ง  พ่อค้าปลีก  ตัวแทนจำหน่าย  นายหน้า  เมื่อมีสินค้าเกี่ยวข้องจึงต้องมีระบบขนส่งและเกิดการจ้างงาน  ช่วยให้ประชาชนมีงานทำ  มีมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น  สร้างรายได้ให้กับรัฐ  โดยประชาชนช่วยกันเสียภาษีเพื่อพัฒนาประเทศ
การที่ประชาชนมีอาชีพ และผลิตสินค้าที่มีคุณภาพจำนวนมากจึงต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถส่งไปจำหน่ายต่างประเทศได้ ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น
 😺😺ความสำคัญของงานอาชีพ
ความสำคัญของงานอาชีพ คือ ทำให้เกิดรายได้ เพื่อนำมาเลี้ยงดูครอบครัว ตนเอง และเพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยปัจจัยที่จำเป็น งานอาชีพบางอาชีพ อาจก่อให้เกิดประโยชน์และได้ช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนให้พ้นทุกข์ เช่น งานเพื่อสังคมต่างๆ









วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562

   à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ รูปวิวทะเล
                                                          การวางแผน💦
👌1. ความหมายของการวางแผน
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง     หน่วยงานทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องมีปัจจัยที่มีความสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย สามารถดำเนินงานได้สอดคล้องกับกระบวนการทำงาน รวมทั้งทราบรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการ ระยะเวลาของการทำงานนั้นๆ หากเกิดข้อผิดพลาดจะสามารถทราบได้ทันทีว่าเกิดจากสาเหตุอะไรและสามารถทำการแก้ไขได้ทันท่วงทีที่เกิดการผิดพลาดในกระบวนการทำงาน ไม่ก่อให้เกิดการเสียเวลา รวมทั้งสามารถตรวจสอบการทำงาน และกำหนดแนวทางการทำงานในอนาคตได้เพื่อความสำเร็จของหน่วยงาน ปัจจัยดังกล่าว เรียกว่า การวางแผน (Planning)” มาจากคำในภาษาละตินว่า “Planum” ซึ่งได้มีผู้ให้ความหมายของการวางแผนไว้ 
                      อุทัย บุญประเสริฐ (2538 : 19) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนเป็นกิจกรรมที่คาดหวังว่าจะต้องปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลจากการค้นหาและกำหนดวิธีทำงานในอนาคตเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย บรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานและหน่วยงานมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าจะมีการทำอะไร ทำที่ไหน เมื่อใด ให้ใครทำ ทำอย่างไร และให้รายละเอียดอื่นๆ ที่จำเป็นช่วยให้การปฏิบัติงานลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพ
                      วิโรจน์ สารรัตนะ (2539 : 35-36) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนเป็นกระบวนการตัดสินใจเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์และแนวทางการกระทำไว้ล่วงหน้า เพื่อให้บุคคลในองค์การปฏิบัติตามให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
                     อนันต์ เกตุวงศ์ (2541 : 3-4) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนก็คือการตัดสินใจล่วงหน้าในการเลือกทางเลือกเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์หรือวิธีการกระทำ โดยทั่วไปจะเป็นการตอบคำถามต่อไปนี้ คือ จะทำอะไร (What) ทำไมจึงต้องทำ (Why) ใครบ้าง ที่จะเป็นผู้กระทำ (Who) จะกระทำเมื่อใด (When) จะกระทำกันที่ไหนบ้าง (Where) และจะกระทำกันอย่างไร (How)
    Simmons (อ้างถึงใน ธงชัย สันติวงษ์. 2540 : 138) ได้ให้ความหมายว่า การวางแผนหมายถึง (1) ความหมายในแง่ของงานที่ต้องปฏิบัติของผู้บริหารแต่ละคน คือ การกำหนดวัตถุประสงค์ การจูงใจและสื่อความ การวัดผล และการพัฒนาบุคคล (2) ความหมายที่มีขอบเขตกว้างกว่าที่คลุมถึงการบริหารทั้งหมด คือ กระบวนการบริหารที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมถึงทุกกิจกรรม ของงานและมุ่งสู่อนาคต 
    Wohlstetter (อ้างถึงใน อนันต์ เกตุวงศ์. 2541 : 2) ให้คำอธิบายความหมายของการวางแผนไว้แตกต่างออกไปจากท่านอื่นๆ โดยให้ความหมายถึงวิธีการที่จำเป็นของการทำให้การตัดสินใจก้าวหน้า และเป็นสิ่งที่จะต้องมีอยู่ก่อนการกระทำ การวางแผนจะต้องหาคำตอบ 2 ประการนี้ให้ได้ คือ 1) ความมุ่งหมายขององค์การหรือแผนงานคืออะไร 2) อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุดจะทำให้บรรลุผลสำเร็จของความมุ่งหมายนั้น ยิ่งกว่านั้นยังเน้นอีกต่อไปว่าการวางแผนเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ และสามารถทำนาย การเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้
    จากความหมายของการวางแผน สรุปได้ว่า การวางแผน (Planning) หมายถึง กระบวนการในการกำหนดทิศทาง เป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตขององค์การหรือหน่วยงานโดยเลือกวิธีทำงานที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้บรรลุผลตามที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด และการวางแผนนั้นจะพิจารณาในประเด็นที่สำคัญ ประการ คือ 1) จุดหมายปลายทาง (คืออะไร) 2) วิธีการดำเนินงาน (ทำอย่างไร) และ 3) ระยะเวลา (เสร็จสิ้นเมื่อไร)
👌2. ความสำคัญของการวางแผน
รูปภาพที่เกี่ยวข้องการวางแผนเป็นงานหลักและสำคัญในการบริหารของหน่วยงานในทุกระดับ เนื่องจากเป็นตัวกำหนดทิศทาง เป้าหมาย วิธีดำเนินการ ที่จะทำให้หน่วยงานดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการภายในเวลาที่กำหนด การดำเนินงานจะประสบผลสำเร็จมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการวางแผน หากวางแผนดีก็เท่ากับดำเนินงานสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง ดังนั้น การวางแผนจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินงาน ดังนี้
           💋 2.1 การวางแผนเป็นหน้าที่อันดับแรกของผู้บริหาร
           💋 2.2 การวางแผนเป็นแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ผู้ปฏิบัติตามแผนสามารถศึกษาเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน และกระบวนการทำงานได้จากแผนก่อนที่จะลงมือปฏิบัติ
           💋 2.3 แผนและการวางแผนเป็นตัวกำหนดทิศทางและความรู้สึกในเรื่องของความมุ่งหมายสำหรับองค์การให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้รู้ แผนเป็นกรอบสำหรับการตัดสินใจให้ผู้ปฏิบัติได้ อย่างดี จึงสามารถป้องกันมิให้มีการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาแต่ละครั้งไปเท่านั้นด้วย
           💋 2.4 แผนและการวางแผนจะช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน มองไปในอนาคต และเห็นโอกาสที่จะแสวงหาประโยชน์หรือกระทำการต่างๆ ให้สำเร็จตามความมุ่งหมายได้ ทั้งยังมองเห็นปัญหาอุปสรรคและภัยคุกคามต่างๆ เพื่อจะหาทางป้องกัน ตลอดจนลดภาวะความเสี่ยงต่างๆ ได้ด้วย
           💋 2.5 การตัดสินใจที่มีเหตุผลในการวางแผนนั้น จะมีการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีเวลาพอที่จะใช้ทั้งหลักทฤษฎี แนวความคิด และหลักการ ประกอบกับตัวเลขสถิติและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาตัดสินใจ จึงทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม มีเหตุผลและเป็นประโยชน์ตามต้องการ
           💋 2.6 การวางแผนในเรื่องของการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อมีการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามความต้องการ กิจกรรมต่างๆ ที่จะต้องกระทำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และ บังเกิดผลตามเป้าหมายนั้นๆ จะต้องได้รับการพิจารณา การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ทั้งวิธีการกระบวนการ ขั้นตอนของการกระทำ ทรัพยากรที่ต้องใช้ เวลา สถานที่และการควบคุมดูแลการทำงาน
           💋 2.7 การวางแผนมีส่วนช่วยให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้มาก
           💋 2.8 การวางแผนเป็นตัวนำในการพัฒนา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง👌3. ประโยชน์ของการวางแผน
           การวางแผนมีประโยชน์สำคัญหลายประการทั้งต่อผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้
           👊3.1 ป้องกันมิให้เกิดปัญหาและความผิดพลาด หรือลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการปฏิบัติงานในอนาคต
           👊3.2 ทำให้หน่วยงานมีกรอบหรือทิศทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนว่าจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และใครทำ ทำให้นักบริหารมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จได้ง่าย
           👊3.3 ช่วยให้เกิดการประหยัดทรัพยากรทางการบริหาร เช่น คน เงิน วัสดุอุปกรณ์ เวลา ฯลฯ
           👊3.4 ช่วยให้การปฏิบัติงานรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพราะมีแผนเป็นแนวทาง เปรียบเสมือนเรือที่มีหางเสือ
           👊3.5 ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นระบบ นักบริหารสามารถควบคุม ติดตามการปฏิบัติงานได้ง่าย
👌4. ประเภทของแผน
           การจำแนกประเภทของแผน ขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานที่นำมาใช้ในการจำแนกและจัดแบ่งประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานและง่ายต่อการทำความเข้าใจ การวางแผนอาจจำแนกเป็นประเภทต่างๆ โดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป การจำแนกประเภทของแผนที่สำคัญๆ มีดังนี้
            💢4.1 จำแนกตามระดับหน่วยงาน
เป็นแผนซึ่งระบุถึงระดับหน่วยงานที่กำหนดแผนและกำหนดวิธีการในการปฏิบัติตามแผน แผนประเภทนี้ได้แก่ แผนระดับชาติ แผนระดับกระทรวง แผนระดับกรม แผนระดับจังหวัด แผนระดับเขตพื้นที่การศึกษา แผนระดับโรงเรียน เป็นต้น
           💢4.2 จำแนกตามวัตถุประสงค์ หรือ เป้าหมาย
             เป็นแผนซึ่งจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายโดยเฉพาะ เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนพัฒนาชนบท แผนพัฒนาแหล่งอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เป็นต้น
           💢4.3 จำแนกตามระยะเวลา
             แผนประเภทนี้ อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
             👉4.3.1 แผนระยะสั้น (Short-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี เช่น แผนปฏิบัติการประจำปี (Action Plan or Operation Plan) ในแผนจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการ สถานที่ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบ การวางแผนระยะสั้นอาจทำในรูปของแผนงาน (Program) หรือ โครงการ (Project) ซึ่งมีกิจกรรมไม่สลับซับซ้อน
             👉4.3.2 แผนระยะปานกลาง (Intermediate-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่ 3-4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี เป็นต้น
             👉4.3.3 แผนระยะยาว (Long-Range Plan) คือ แผนที่ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป ในแผนจะกำหนดขอบเขตแนวทางไว้กว้างๆ เช่น แผนการศึกษาแห่งชาติ 15 ปี เป็นต้น
                                                          à¸£à¸¹à¸›à¸ à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง




                                                        การพัฒนางาน💚

การพัฒนาบุคลากรใดๆก็จะไม่ยั่งยืนเลย ตราบเท่าที่คนที่เราพัฒนาเขานั้น ไม่ได้มีการสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวเองแต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือเขาเหล่านั้นจะต้องมีความรักความเข้าใจ ความตั้งใจ และความจริงใจในการทำงาน 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเคลื่อนไหวในฐานะที่เคยได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานพัฒนาบุคลากรของหน่วยงาน และจากการที่ตนเองได้มีโอกาสได้พัฒนาตนเองจากการเข้ารับการอบรม ซึ่งจัดโดยหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย และจากการที่ได้มีโอกาสถูกหน่วยงานส่งเข้ารับการอบรมยังหน่วยงานภายนอก หลายครั้งสิ่งที่ได้รับกลับมาภายหลังจากการอบรมในแต่ละครั้ง ถึงแม้จะได้ถูกนำไปถ่ายทอดต่อให้คนอื่น ๆ ในหน่วยงาน ได้ร่วมรับรู้ แต่เนื่องจากสิ่งที่เราได้รับส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ ซึ่งคนอื่น ๆ ในองค์กร ที่ไม่ได้รับผิดชอบงานในหน้าที่เดียวกับเรา ก็ได้เพียงแต่ร่วมรับฟัง และร่วมรับรู้ ร่วมกัน ว่าเราได้รับรู้อะไรกลับมาเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำเอาสิ่งเหล่านั้น กลับไปพัฒนาในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเนื้องานของเขาได้เลย
จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งทางหน่วยงานที่ตัวเองอยู่ ได้มีการกำหนดคำขวัญไว้ว่า พัฒนาตน พัฒนางาน องค์การก้าวหน้า ในฐานะที่ยังรับผิดชอบงานด้านพัฒนาบุคลากรอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะส่งสัยว่า เราจะต้องจัดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรเน้นในรูปแบบใด ถึงจะทำให้คนในองค์กร ได้มีการพัฒนาตน และส่งผลให้เกิดการพัฒนางาน และเมื่อได้มีการพัฒนางานแล้ว แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อการทำให้องค์กรก้าวหน้า สามคำนี้ เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร 
จวบจนผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านบทความเรื่อง การพัฒนาตน สู่พลังขององค์กร ซึ่งเขียนโดย อาจารย์ดารา พงษ์สมบูรณ์  อาจารย์ประจำสาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เมื่อผู้เขียนได้อ่านบทความดังกล่าวนี้แล้ว ทำให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของคำขวัญดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเข้าใจแนวคิดของผู้บริหารที่มุ่งอยากให้เห็นการพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอถือโอกาส นำเอาบทความดังกล่าว ถ่ายทอดให้ทุกท่านได้รับรู้ หวังว่า คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย
     การพัฒนาตน สู่พลังขององค์กรอาจารย์ดารา  พงษ์สมบูรณ์  ได้กล่าวไว้ว่า  "คน"  ถือว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะนำพาองค์กร ไปสู่ความเจริญก้าวหน้า และประสบกับความสำเร็จ ดังนั้น องค์กรจึงต้องพยายาม สรรหาคัดเลือกคนที่มีประสิทธิภาพ เข้าสู่องค์กรให้ได้จำนวนมากๆ เพื่อให้คนเป็นพลังขับเคลื่อนให้องค์กร พัฒนาและเติบโตต่อไปได้ด้วยดี และเมื่อคนได้ก้าวเข้าสู่องค์กรแล้ว ทุกคนจะต้องมีความรัก ความศรัทธา และความภาคภูมิใจในองค์กร ที่ได้เลือกตนเข้าร่วมทำงานด้วย ดังนั้นปัจจัยพื้นฐาน ที่ทุกคนควรคำนึงถึงก็คือ ทุกคนจะต้องมีความรัก ความเข้าใจ ความตั้งใจ และความจริงใจในการทำงาน ซึ่ง อาจารย์ดารา  ได้ให้นิยามสั้นๆ ของแต่ละหัวข้อ ไว้ดังนี้
ความรัก คือ ต้องรักในงานอาชีพของตน ความเข้าใจ คือ ต้องศึกษาทำความเข้าใจในงานหน้าที่ที่ปฏิบัตความตั้งใจ คือ ตั้งใจทำงานให้เกิดผลและเป็นประโยชน์ตามเป้าหมายขององค์กรความใส่ใจ คือ พยายามศึกษาค้นหาวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน งานที่ปฏิบัติอยู่ความจริงใจ คือ มีความทุ่มเท เสียสละ อดทนซึ่งทำให้งานนั้นไม่เกิดข้อบกพร่องหรือ ข้อผิดพลาด และได้รับความสำเร็จ
จะเห็นได้ว่าในการทำงานในองค์กร ทุกคนย่อมมีความต้องการและความคาดหวังให้งานในหน้าที่ของตนดำเนินไปได้ด้วยดี และประสบกับความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในชีวิต ดังนั้นการทำงานทุกคนควรมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เป็นคนที่มีศักยภาพและขีดความสามารถตามที่องค์กรต้องการ ซึ่ง อาจารย์ดารา ได้ให้ความหมายของคำว่า พัฒนา หรือ DEVELOP ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว  โดยท่านได้ให้ความหมายไว้
รูปภาพที่เกี่ยวข้องรูปภาพที่เกี่ยวข้อง                                                            
💞D = DEVELOPMENT  คือ การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คนที่ทำงานจะประสบกับความสำเร็จในหน้าที่การงานได้นั้น จะต้องเป็นคนที่มีหัวใจในการพัฒนาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ในงานหน้าที่ของตนเองที่ทำอยู่ หรือความรอบรู้ในเรื่องข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ แม้แต่ขั้นตอน หรือวิธีการทำงานโดยจะต้องมีการสำรวจ และประเมินความสามารถของตนเอง อยู่ตลอดเวลา คอยตรวจสอบหรือ วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง พยายามป้องกัน และแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ อยู่เสมอ ส่วนที่เป็นจุดแข็ง ก็จะต้องมีการพัฒนา ปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เรื่อยๆ และไม่ควรยึดติดกับวิธีการ หรือขั้นตอนในการทำงานแบบเดิมๆ ต้องมีความเพียรพยายาม ที่จะไขว่คว้าหาเทคนิค และแนวทางใหม่ๆ เพื่อพัฒนา และปรับปรุงการทำงานของตนให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ
💞E = ENDURANCE คือ ความอดทนอดกลั้น ชีวิตในการทำงานสิ่งหนึ่งที่ทุกคน จะต้องมีให้มาก ก็คือความอดทน ซึ่งจะต้องอดทน ทั้งในเรื่อง การพูด ความคิด การกระทำ และพฤติกรรมของคนที่ทำงาน อยู่ร่วมกัน ตลอดจน อดทนต่อความรับผิดชอบงานในหน้าที่ อดทนต่อปัญหาในการทำงาน หรือแม้แต่กับหัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้ เป็นความอดทน ที่ทุกคนจะปฏิเสธไม่ได้ แต่อย่าลืมว่า ความอดทนก็จะเป็นพลังของความสำเร็จ เพราะมันจะช่วยให้เราเผชิญกับปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี
💞V = VERSATILE คือ ความหลากหลายความสามารถ คนที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป ถือว่าเป็นสิ่งที่เจ้าขององค์กรต้องการมากที่สุด เพราะจะมีโอกาส เป็นพลังขับเคลื่อนให้องค์กร พัฒนาและก้าวหน้าได้ต่อไป ในอนาคต และก็มักจะเป็นคนที่ชอบรับอาสาทำงานนอกเหนือจากงานที่รับผิดชอบ หรืองานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ หรือพฤติกรรมที่โดดเด่นของคนประเภทนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนที่ไม่คิดไม่ทำอะไรเลย ซึ่งนับวันจะเป็นไม้ตายซากและถูก Layoff ไปในที่สุด
💞E = ENERGETIC คือ ความกระตือรือร้นอยู่เสมอความกระตือรือร้นในการทำงานเป็นสิ่งที่ดี ทุกคนที่ทำงานในองค์กรควรมีอยู่อย่างยิ่ง เพราะจะทำให้การทำงานมีชีวิตชีวา มีความสนุกกับการทำงาน คิดทำโน้นทำนี่อยู่ ตลอดเวลา มีความตื่นตัวที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมอยู่เสมอ ชอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การคิดหาวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหา หรืออุปสรรคนานาประการ เป็นคนชอบลองผิดลองถูก และมักจะทำงานให้เสร็จตรงตามระยะเวลาที่กำหนดไว้
💞L = LOVE คือ ความรักในงานที่ทำอยู่ การทำงานถ้าได้งานที่เรารักก็จะทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข แต่บางคนก็ไม่สามารถทำงานที่ตนเองรักได้ แต่เราก็สามารถที่จะเลือกรักงานที่เราทำอยู่ได้ เมื่อเราทำงานรับผิดชอบงานนั้นๆ แล้วเราจะต้องให้ใจกับงานนั้นๆ ด้วยการพยายามศึกษา และพิจารณาในส่วนที่ดีๆ ของเนื้องาน เพื่อจะเป็นแรงเสริมให้เรารักในงานนั้นๆ ได้ เราต้องให้ความสนใจ เอาใจใส่และให้เวลากับมันให้มาก ก็จะทำให้เราเข้าใจ และรักงานนั้นๆ ได้ในที่สุด
💞O = ORGANIZING คือ การจัดการเป็นเลิศ ในการทำงานจะต้องมีการจัดการกับงานในหน้าที่ของตนเอง ให้เป็นระบบอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือข้อบกพร่องในงานที่เรารับผิดชอบ ตั้งแต่การวางแผนงาน ว่าจะทำอะไรก่อนอะไรหลัง การบริหารเวลาให้เหมาะสม และการบริหารทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย ตามที่องค์กรต้องการ ดังนั้นการทำงานที่ดี จะต้องมีการสำรวจตรวจสอบเตรียมความพร้อมของงาน มีการวางแผนงานให้อย่างรอบคอบ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด 
💞P = POSITIVE THINKING คือ การคิดในทางบวก การคิดในทางบวกเป็นสิ่งที่ทำให้เรามองโลกในแง่ดี เกิดกำลังใจในการทำงาน มีความสุข และสนุกกับงานที่ทำอย่างไม่ท้อถอย ไม่วิตกกังวลกับงานที่รับผิดชอบ ไม่หนีปัญหา ที่รุมเร้าที่เกิดขึ้น กับตนเอง เพราะมองเห็นว่าปัญหา เป็นสิ่งที่ท้าทาย น่าสัมผัส น่าทดลอง ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และเป็นประสบการณ์ที่ดี นอกจากนี้ความคิดในทางบวก จะทำให้เกิดการแสวงหาโอกาส ที่จะทำงานในเชิงรุก และช่วยเหลือสนับสนุน ผู้ที่อยู่รอบๆ ตัวเราอยู่เสมอ ทำให้เกิดการยอมรับ จากคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น และมักจะมีความคิดสร้างสรรค์แปลกๆ ใหม่ๆ อยู่เสมอเมื่อผู้เขียนได้มีโอกาสได้อ่านบทความนี้แล้ว ทำให้เห็นสัจจธรรมได้ว่า การพัฒนาบุคลากรใด ๆ ก็จะไม่ยั่งยืนเลย ตราบเท่าที่คนที่เราพัฒนาเขานั้น ไม่ได้มีการสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวเขาเอง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือเขาเหล่านั้นจะต้องมีความรัก ความเข้าใจ ความตั้งใจ และความจริงใจในการทำงาน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง